Knowledge Sharing – สรุปจากหนังสือของ Dr. Hiro Aritsara โดยช่อง “เทคนิคการล้างสมอง”
จิตวิทยาไม่ได้มีแค่ด้านสว่างเพื่อการบำบัดและเยียวยาเท่านั้น แต่ยังมีด้าน “ดาร์ก” ที่สามารถใช้เพื่อโน้มน้าว ควบคุม หรือชักจูงจิตใจผู้อื่นได้อย่างแนบเนียน โดยใช้เพียง “คำพูด” อย่างมีชั้นเชิง หนังสือของ Dr. Hiro Aritsara จึงเสนอเทคนิคจิตวิทยาแนวโน้มเพื่อการโน้มน้าวที่คุณสามารถนำไปใช้ได้จริงทั้งในการสื่อสารประจำวัน การเจรจา หรือการพัฒนาทักษะผู้นำ

เทคนิคที่ 1: วิธีทำให้ผู้อื่นรับฟัง
เริ่มต้นที่ภาพลักษณ์
ไม่ว่าคุณจะมีข้อมูลดีแค่ไหน หากภาพลักษณ์ภายนอกดูไม่น่าเชื่อถือ ผู้ฟังจะตัดสินคุณในเวลาเพียง 2 วินาทีแรก การสร้าง First Impression จึงสำคัญมาก
เทคนิค: “ปรากฏการณ์เสื้อกาวน์” – คนเชื่อว่าคนใส่เสื้อกาวน์คือหมอ คนใส่สูทคือนักธุรกิจ
สร้างภาพลักษณ์ที่ดี = สร้างความน่าเชื่อถือ
- น้ำเสียงมั่นใจ
- แววตาชัดเจน
- บุคลิกและเครื่องแต่งกายเหมาะสมกับบริบท
หลอกคนอื่นให้เชื่อได้ ต้องหลอกตัวเองให้ได้ก่อน
เทคนิคที่ 2: วิธีพูดให้เป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น
“การประจบ” อย่างมีชั้นเชิง
ไม่ใช่การอวยพร่ำเพรื่อ แต่คือการพูดให้ผู้ฟังรู้สึกภูมิใจในตัวเอง เช่น:
- ยกย่องในสิ่งที่เขาทำ
- แสดงความสนใจในสิ่งที่เขารู้
- เปิดโอกาสให้เขาอธิบายหรือสอนเรา
ตัวอย่าง: “ช่วงสุดสัปดาห์ผมไปลองตีกอล์ฟมา แต่ตีไม่ค่อยดีเลยครับ หัวหน้ามีเทคนิคฝึกยังไงเหรอครับ?”
ข้อควรระวัง: อย่าเผลอพูดเรื่องที่ตัวเองเชี่ยวชาญอยู่ฝ่ายเดียว จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกด้อยค่า
การประจบไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือกุญแจของการเริ่มบทสนทนาอย่างชาญฉลาด
เทคนิคที่ 3: วิธีสื่อสารควบคุมจิตใจคน
ใช้คำพูดเวทมนตร์ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่ายขึ้นและเกิดภาพในใจโดยไม่รู้ตัว
คำพูดเวทมนตร์มี 3 คำหลัก:
- “พูดง่าย ๆ ก็คือ…”
- “เหมือนกับ…”
- “พอจะเข้าใจไหม?”
ตัวอย่าง:
“พูดง่าย ๆ ก็คือ เหมือนกับตอนที่คุณลองขับรถครั้งแรกนั่นแหละ”
คำเหล่านี้จะกระตุ้นให้สมองของผู้ฟัง “เข้าสู่โหมดเชื่อว่าตนเข้าใจ” และโน้มน้าวตัวเองให้เชื่อสิ่งที่คุณพูด แม้ยังไม่เข้าใจทั้งหมดก็ตาม
เสริมด้วยคำถาม:
“คุณคิดยังไง?” – ช่วยเปิดบทสนทนาและดึงสติผู้ฟังกลับมาหากกำลังเบื่อหรือหลุดโฟกัส
เทคนิคที่ 4: วิธีฟังให้กลายเป็นนักสนทนาที่เชี่ยวชาญ
ฟังเหมือนกับกำลังฟังเรื่องที่สนุกที่สุดในโลก
- ตั้งใจฟังให้เต็มที่
- มีปฏิกิริยา: พยักหน้า, ยิ้ม, ขานรับ
- แสดงออกว่าให้เกียรติผู้พูด
“ความสนุกของการสนทนาไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้พูด แต่ขึ้นอยู่กับผู้ฟัง”
เทคนิคเสริม:
- สบตา ขณะฟังอย่างมีมารยาท
- พยักหน้าในจังหวะที่เหมาะสม
- ขานรับเบา ๆ เช่น “อืม”, “ครับ”, “เข้าใจครับ”
จุดสำคัญ: การฟังดีจะช่วยให้คุณเข้าใจจังหวะการพูด ทำให้เมื่อคุณเป็นฝ่ายพูดบ้าง คุณจะรู้ว่า “เมื่อไหร่ผู้ฟังตั้งใจฟัง” และ “เมื่อไหร่สมาธิเขาหลุด”
สรุป: จิตวิทยาสายดาร์ก = เทคนิคการพูดเพื่อโน้มน้าว ไม่ใช่การล่อลวง
จิตวิทยาไม่ใช่แค่ศาสตร์ทางการแพทย์หรือการปรึกษา แต่ยังเป็นเครื่องมือในการสื่อสารอย่างมีชั้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชีวิตประจำวันและบริบททางธุรกิจ
“แค่คำพูดเดียว ก็เปลี่ยนใจคนได้ ถ้าคุณใช้ถูกเวลาและถูกวิธี”
เทคนิคทั้ง 4 ข้อนี้ เมื่อฝึกฝนและใช้อย่างชาญฉลาด จะช่วยให้คุณกลายเป็นผู้สื่อสารที่ทั้งมีเสน่ห์ เข้าใจคน และมีอิทธิพลอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพยายามฝืน
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้คุณเป็นนักลวงโลก แต่ฝึกให้คุณสื่อสารเหมือนนักกีฬาที่ผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างดี โดยไม่รู้ตัว