
คุยกับ “เรเน่” ก่อนจบ Internship จาก Research สู่ Project Owner
3 เดือนอาจดูเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สำหรับการฝึกงานที่ได้ลงมือทำจริงทุกวัน ก็อาจมากพอที่จะได้ลองอะไรใหม่ ๆ มากกว่าที่คิด
“น้องเรเน่” นักศึกษาจาก Zhejiang University สาขา Electronic Science and Technology เข้ามาร่วมทีม Yeeraf ในตำแหน่ง Project Owner Intern ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา น้องได้มีโอกาสทำงานร่วมกับทีมและลองรับผิดชอบงานในหลายขั้นตอน ตั้งแต่ การค้นหาข้อมูล (Research), การเก็บ Requirement (Requirement Gathering), การวางแผนงาน (Project Planning) ไปจนถึง การออกแบบ User Interface ของงาน (UI Design)
ก่อนที่ช่วง Internship จะจบลง เราเลยชวนน้องเรเน่มานั่งคุยกันสั้น ๆ ว่า 3 เดือนที่ผ่านมาได้ลองทำอะไร เรียนรู้อะไร และมี Skill ไหนที่รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นบ้าง
Q1. ก่อนเข้ามาฝึกงาน คิดว่าการทำงานจริงจะเป็นแบบไหน?
“ถ้าตอบตามตรง ตอนแรกไม่ได้คาดหวังกับการฝึกงานครั้งนี้มากค่ะ แค่อยากเข้ามาเก็บเกี่ยวประสบการณ์และพัฒนา Skill ของตัวเอง เลยคิดว่าการทำงานจริงก็น่าจะมีความจริงจังพอสมควร”
จากความคิดก่อนเริ่มงาน สู่การได้สัมผัสการทำงานจริง สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือภาพของการทำงานไม่ได้มีแค่การรับ Assignment แล้วทำให้เสร็จ แต่ต้องเข้าใจ โจทย์ วางแผน และจัดการงานให้เดินไปข้างหน้า
Q2. ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ได้ลองทำอะไรบ้าง?
“ได้ลองทำหลายอย่างค่ะ ทั้ง Research ข้อมูลเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า เก็บ Requirement วางแผน Project และได้ลองออกแบบ UI ด้วย”
งานที่เรเน่ได้ลองทำครอบคลุมตั้งแต่ช่วงต้นของ Project ไปจนถึงการนำไอเดียมาพัฒนาเป็นงานจริง
Research — ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจโจทย์
Requirement Gathering — เรียบเรียงความต้องการและโจทย์ของ Project ให้ชัดเจนขึ้น
Project Planning — วางแผนงานและจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำ
UI Design — ทดลองนำโจทย์และไอเดียมาพัฒนาเป็น User Interface
สิ่งเหล่านี้ทำให้การฝึกงานไม่ได้หยุดอยู่แค่การเรียนรู้จากคนในทีม แต่เป็นการได้ ลงมือทำจริงและเรียนรู้จากกระบวนการทำงานจริง
Q3. เรื่องไหนที่รู้สึกว่าได้เรียนรู้มากที่สุด?
“สิ่งที่รู้สึกว่าได้เรียนรู้และได้ใช้จริงมากที่สุด คือการได้สัมผัสสังคมการทำงานจริงค่ะ ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นค่อนข้างมาก ทั้งเรื่องการวางแผน การจัดการงาน รวมถึง Soft Skill หลาย ๆ อย่างที่ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น”
สำหรับเรเน่ การฝึกงานไม่ได้ให้แค่ประสบการณ์ในส่วนของ Hard Skill แต่ยังทำให้ได้เรียนรู้เรื่อง การสื่อสาร การทำงานร่วมกับคนอื่น การจัดการเวลา และการรับผิดชอบงาน ซึ่งเป็นทักษะที่ได้ใช้จริงในทุก Project
Q4. Skill ไหนที่คิดว่าตัวเองพัฒนาขึ้นมากที่สุด?
“น่าจะเป็นเรื่องการวางแผนและการจัดการค่ะ เพราะต้องทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น และด้วยบทบาท Project Owner ก็ยิ่งทำให้ต้องฝึก Skill ด้านนี้มากกว่าเดิม”
การได้ทำหน้าที่ Project Owner ทำให้เรเน่ต้องมองงานมากกว่างานของตัวเอง แต่ต้องมองภาพรวมของ Project ว่า อะไรต้องทำก่อน อะไรต้องทำต่อ และแต่ละส่วนเชื่อมโยงกันอย่างไร
นี่อาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่ต่างจากการเรียนในห้องเรียนมากที่สุด เพราะการทำงานจริงไม่ได้มีเพียงคำตอบเดียว และหลายครั้งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การทำงานให้เสร็จ คือการรู้ว่า จะจัดการกับงานอย่างไรให้มันเดินต่อไปได้
Q5. ถ้ามีรุ่นน้องอยากมาฝึกที่ Yeeraf อยากบอกอะไร?
“อย่ากลัวที่จะลอง เพราะจะได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่ากลับไปแน่นอน”
สั้น ๆ แต่เป็นคำแนะนำที่สะท้อนประสบการณ์ตลอด 3 เดือนได้ดีทีเดียว
เพราะการฝึกงานอาจไม่ได้หมายถึงการรู้ทุกอย่างตั้งแต่วันแรก แต่คือการได้มีพื้นที่สำหรับ ลองทำ ลองคิด ตั้งคำถาม และเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
แล้ว Yeeraf ได้เรียนรู้อะไรจาก 3 เดือนนี้?
การมี Intern เข้ามาร่วมทีม สำหรับเราไม่ได้หมายถึงการเข้ามาช่วยทำงานเพียงอย่างเดียว แต่คือการเปิดพื้นที่ให้คนที่กำลังเรียนรู้ได้ลองคิด ลองทำ และได้สัมผัสกับการทำงานจริง
ในขณะเดียวกัน การได้เห็นคำถาม ไอเดีย และมุมมองใหม่ ๆ จากคนในทีมรุ่นใหม่ ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน เพราะบางครั้ง การเรียนรู้ที่ดีไม่ได้เกิดจากการมีคนหนึ่งคนสอน และอีกคนหนึ่งเรียน แต่เกิดจากการที่ทุกคนได้ลงมือทำและเรียนรู้ไปด้วยกัน
3 เดือนอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
ตลอดช่วง Internship ที่ผ่านมา น้องเรเน่ได้ลองทำงานหลายด้าน พร้อมกับพัฒนาทั้ง Hard Skill และ Soft Skill ที่นำไปใช้กับการทำงานจริง แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการได้เห็นตัวเองชัดขึ้นว่า ตัวเองทำอะไรได้ดี มีอะไรที่อยากพัฒนาต่อ และอยากเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมในก้าวต่อไป
ขอบคุณน้องเรเน่สำหรับ 3 เดือนที่ได้มาเรียนรู้ ลงมือทำ และเติบโตไปด้วยกัน
แล้วพบกันกับ Intern รุ่นต่อไปที่ Yeeraf 🦒