Get In Touch
3803 QiSS Mall, Floor 2 Room A2-201,
Rama IV Rd., Prakanong, Klongtoey,
Bangkok 10110 Thailand
yeeraf.co.th
EN: 080-089-0454 / TH: 097-2312-444
Work Inquiries
[email protected]
EN: 080-089-0454 / TH: 097-2312-444
Back

พลิกเกมทุกการเจรจา… เปลี่ยนการต่อรองให้เป็นโอกาส

Knowledge Sharing Season 3 – หัวข้อพิเศษ “พลิกเกม ทุกการเจรจา”

ในโลกธุรกิจทุกวันนี้ การเจรจาต่อรองไม่ใช่แค่เรื่องของนักขายหรือผู้บริหารอีกต่อไป แต่มันคือทักษะที่ทุกคนในองค์กรต้องมี — ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองกับลูกค้า คู่ค้า หัวหน้า หรือแม้แต่เพื่อนร่วมทีม

หัวข้อนี้จึงไม่ใช่แค่การพูดเรื่องราคา แต่คือการมองลึกไปถึงจิตวิทยา การสร้างความสัมพันธ์ และผลประโยชน์ร่วมกันที่ยั่งยืน


ทำไมทุกคนต้องเจรจา?

เพราะทุกความขัดแย้ง ทุกเป้าหมายที่ต่างกัน ล้วนต้องอาศัยการเจรจาเพื่อหาจุดร่วม

การเจรจาไม่ใช่การเอาชนะ แต่คือกระบวนการที่ช่วยให้แต่ละฝ่ายได้ในสิ่งที่สำคัญกับตนเอง โดยไม่ทำลายความสัมพันธ์


3 หลักการเจรจาที่ใช้ได้จริง (อ้างอิงจาก Harvard Negotiation Project)

หลักการที่ 1: แยก “คน” ออกจาก “ปัญหา”

Separate the People from the Problem

  • อย่ามองอีกฝ่ายเป็น “ศัตรู” แต่ให้มองว่าเราทั้งคู่กำลัง “แก้โจทย์” เดียวกัน
  • เข้าใจอารมณ์ ความกลัว ความคาดหวังของอีกฝ่าย แล้วจัดการมันอย่างแยกจากเนื้อหา
  • ถ้าเริ่มเจรจาด้วยความรู้สึก “ปกป้องตัวเอง” การพูดคุยจะวนแต่เรื่องผิด-ถูก

ตัวอย่าง
แทนที่จะพูดว่า “คุณไม่ยุติธรรมเลยที่ตั้งเงื่อนไขแบบนี้”
ให้เปลี่ยนเป็น “เงื่อนไขนี้อาจทำให้เราทำงานร่วมกันได้ลำบากขึ้น — เรามาคุยกันว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่คุณกังวลอยู่จริง ๆ”


หลักการที่ 2: มุ่งเน้นที่ผลประโยชน์ ไม่ใช่จุดยืน

Focus on Interests, Not Positions

  • จุดยืน (Position) คือสิ่งที่แต่ละฝ่าย “บอกว่าอยากได้”
  • ผลประโยชน์ (Interest) คือสิ่งที่แต่ละฝ่าย “ต้องการลึก ๆ”

เช่น: ลูกค้าขอลดราคา 20% จุดยืนคือ “ขอลด” แต่ผลประโยชน์อาจเป็น “ต้องการความมั่นใจว่าโปรเจกต์นี้จะคุ้มกับงบที่มี”

คำถามสำคัญ

  • เขาต้องการอะไรจริง ๆ?
  • อะไรคือแรงจูงใจเบื้องหลังจุดยืน?

หลักการที่ 3: สร้างทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน

Invent Options for Mutual Gain

  • อย่ายึดติดว่ามีทางเลือกแค่ A หรือ B
  • เปิดพื้นที่คิดร่วมกัน เพื่อหาทางออกที่ “ดีกว่าที่คิดไว้แต่แรก”
  • เปลี่ยนจากการต่อรองเป็นการ “ออกแบบความร่วมมือ”

เช่น: แทนที่จะลดราคาตรง ๆ เสนอเป็น

  • ยืดเวลาชำระ
  • แถมบริการเสริม
  • แบ่งงวดการจ่าย

โจทย์ไม่ใช่ใครได้มากกว่า แต่คือ “ทำยังไงให้ทั้งคู่รู้สึกว่าคุ้ม”


Workshop จากกิจกรรม: จำลองสถานการณ์เจรจาแบบ Win-Win

สถานการณ์ A

บริษัทเสนอราคาปรับปรุงเว็บไซต์ให้ลูกค้า ลูกค้าขอลดราคา ทีมเสนอสิ่งอื่นแทน:

  • ขยายเวลา support หลังงาน
  • แถม setup ระบบ SEO เบื้องต้น
  • ช่วยติดตั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูล

สุดท้าย ลูกค้าไม่ได้ราคาที่ถูกลง แต่รู้สึกว่า “ได้รับมากกว่า” และตัดสินใจจบงานทันที

สถานการณ์ B:

ลูกค้าขอลดราคา 20% ทีมไม่สามารถลดได้ จึงวิเคราะห์จุดเจ็บของลูกค้า แล้วนำเสนอว่า

  • หากชำระเต็ม จะมีส่วนลดครั้งหน้า
  • รับประกันการส่งงานตามกรอบเวลา
  • มีแผนรายงานผลทุก 2 สัปดาห์ให้มั่นใจ

ผลลัพธ์: ลูกค้ามั่นใจว่าไม่ใช่แค่ซื้อบริการ แต่ได้ “พาร์ตเนอร์” ในการทำงาน


สรุป: การเจรจาคือทักษะที่ฝึกได้

  • อย่าเข้าใจผิดว่าเก่งเจรจาคือคนพูดเก่ง หรือคนที่โน้มน้าวเก่ง
  • นักเจรจาที่ดีคือคนที่ “ฟังอย่างลึก” เข้าใจผลประโยชน์ และกล้าออกแบบทางเลือก
  • ทุกคนในทีมควรมีทักษะเจรจา ไม่ใช่แค่ฝ่ายขาย

เพราะเกมธุรกิจทุกวันนี้ ไม่มีใครชนะได้ด้วยการบีบอีกฝ่าย — แต่เราชนะได้ด้วยการ “ร่วมมือแบบมีกลยุทธ์”

Preloader image